เผยแพร่ผลงานวิชาการ เรื่อง การนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด

บทคัดย่อ

 

ชื่อ  สกุลผู้ศึกษา          : สายันต์  ดวงบัณฑิต

รายงานการวิจัยเรื่อง   : การนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ)  สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ              

หน่วยงานที่ศึกษา         : สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ  

ปีที่ศึกษาวิจัย                : ปีการศึกษา   2564 – 2565

 

รายงานการวิจัย เรื่อง การนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ  มีจุดมุ่งหมายของการศึกษา เพื่อศึกษาการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อศึกษาความพึงพอใจ         ของผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียนต่อการนิเทศการศึกษา      เพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ และเพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียนต่อการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ จำแนกตามสถานภาพ โดยแบ่งการวิจัยเป็น 2 ระเบียบวิธีการ  คือ

  1. ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) 

โดยมีความมุ่งหมายของการวิจัย เพื่อศึกษาการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีประสิทธิภาพ โดยมีกลุ่มผู้ร่วมวิจัยจากความสมัครใจ มีจำนวน 7 คน และกลุ่มผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม จำนวน 2 คน การวิจัยประยุกต์ใช้หลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นการวางแผน ขั้นการปฏิบัติ  ขั้นการสังเกต  และการสะท้อนผล

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบไปด้วย

  1. แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง แบ่งเป็น 2 ฉบับ
  2. แบบทดสอบ
  3. แบบสังเกตแบบมีส่วนร่วม
  4. แบบบันทึกการประชุม

การจัดกระทำข้อมูล ใช้เทคนิคการตรวจสอบข้อมูลหลายมิติ  (Triangulation)  ดังนี้

  1. Data Triangulation เป็นการตรวจสอบหลายมิติด้านข้อมูลประกอบด้วย มิติบุคคล มิติเวลา เป็นการตรวจสอบข้อมูลในช่วงที่ต่างกัน 3 ช่วง และมิติสถานที่เป็นการตรวจสอบข้อมูลจากสถานที่ 3 แห่ง
  2. Investigator Triangulation เป็นการตรวจสอบหลายมิติด้านผู้ศึกษาและผู้ร่วมศึกษา มิติบุคคลเป็นการตรวจสอบข้อมูลจากบุคคล 3 กลุ่ม
  3. Methodological Triangulation เป็นการตรวจสอบหลายมิติด้านวิธีการ เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ เป็นต้น

การวิเคราะห์การดำเนินการ การนิเทศเพื่อพัฒนาการนิเทศภายใน เป็นการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน การนิเทศพัฒนาการนิเทศภายใน เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์และกิจกรรมของกลยุทธ์ว่าได้ดำเนินการไปตามเป้าหมายหรือไม่โดยใช้การวิเคราะห์แบบพรรณาวิเคราะห์

สรุปผล

  1. สภาพปัจจุบันก่อนการพัฒนา พบว่า ครูนิเทศขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการนิเทศภายในทั้ง 5 ขั้นตอน รวมถึงการนิเทศภายในสถานศึกษาซึ่ง ขาดทักษะในการนิเทศการสอน การสังเกตการณ์สอน และการให้คำปรึกษากับครูผู้สอน
  2. ผลการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ ตามกรอบการวิจัยโดยใช้กลยุทธ์ในแต่ละวงรอบ คือ วงรอบที่ 1 ได้แก่ กลยุทธ์กลุ่มสร้างคุณภาพ (QCC) และกลยุทธ์การพัฒนาทีมงาน วงรอบที่ 2 ได้แก่ กลยุทธ์การประชุมปฏิบัติการ และกลยุทธ์การนิเทศ
  3. การประชุมปฏิบัติการ และการนิเทศ ปรากฏผลตามกรอบรายด้าน ดังนี้
    • การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการพัฒนา ทำให้ผู้ร่วมวิจัยมีความรู้ ความเข้าใจในระบบการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ ทำให้โรงเรียน มีระบบในการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในการนิเทศภายในที่มีขั้นตอน ที่เป็นระบบชัดเจน ผู้เข้าร่วมวิจัยสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนได้อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดระบบที่มีประสิทธิภาพ บรรลุตามเป้าหมาย
    • การวางแผนและการกำหนดทางเลือกในการนิเทศภายใน ทำให้ผู้ร่วมวิจัยมีความรู้ ความเข้าใจในระบบการวางแผนและกำหนดทางเลือก ทำให้โรงเรียนมีระบบการวางแผนและกำหนดทางเลือกในการนิเทศภายในที่มีขั้นตอนที่เป็นระบบชัดเจน ผู้ร่วมวิจัยสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนได้อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดระบบที่มีประสิทธิภาพ บรรลุตามเป้าหมาย
    • การสร้างเครื่องมือและพัฒนาวิธีการนิเทศภายใน ทำให้ผู้ร่วมวิจัยมีความรู้ ความเข้าใจในระบบการวางแผนและกำหนดทางเลือก ทำให้โรงเรียนมีระบบการวางแผนและกำหนดทางเลือกในการนิเทศภายในที่มีขั้นตอนที่เป็นระบบชัดเจน ผู้ร่วมวิจัยสามารถปฏิบัติตามขั้นตอน ได้อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดระบบที่มีประสิทธิภาพ บรรลุตามเป้าหมาย
    • การปฏิบัติการนิเทศภายใน ทำให้ผู้ร่วมวิจัยมีความรู้ความเข้าใจในระบบการวางแผนและกำหนดทางเลือก ทำให้โรงเรียนมีระบบการวางแผนและกำหนดทางเลือกในการนิเทศภายในที่มีขั้นตอนที่เป็นระบบชัดเจน ผู้ร่วมวิจัยสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนได้อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดระบบที่มีประสิทธิภาพ บรรลุตามเป้าหมาย
    • การประเมินผลและรายงานผลการนิเทศภายใน ทำให้ผู้ร่วมวิจัยมีความรู้ ความเข้าใจในระบบการวางแผนและกำหนดทางเลือก ทำให้โรงเรียนมีระบบการวางแผนและกำหนดทางเลือกในการนิเทศภายในที่มีขั้นตอนที่เป็นระบบชัดเจน ผู้ร่วมวิจัยสามารถปฏิบัติตามขั้นตอน ได้อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดระบบที่มีประสิทธิภาพ บรรลุตามเป้าหมาย           
  1. ระเบียบวิธีการวิจัย เชิงสำรวจ (Survey  Research)

โดยมีความมุ่งหมายของการวิจัย เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียนต่อการนิเทศเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ  และเพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียนต่อการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ จำแนกตามสถานภาพ ทั้งนี้ โดยกำหนดประชากร   ที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ ผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียน   ปีการศึกษา 2564 – 2565  จำนวนทั้งสิ้น 169  คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง  ที่ใช้ในการวิจัย     ในครั้งนี้ คือ ผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียน ปีการศึกษา 2564 – 2565 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างใช้ตารางของ เครจชีและมอร์แกน (Krejcie and Morgan. 1970 : 608) ซึ่งใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย  (Random Sampling) โดยการจับสลากได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 79 คน ตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่ ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) คือ สถานภาพ      ของกลุ่มตัวอย่าง และตัวแปรตาม (Dependent Variables) คือ ความพึงพอใจของข้าราชการครูและผู้ปกครองนักเรียนต่อการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน ตามกรอบแนวคิดกระบวนการนิเทศภายใน  4 ด้าน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม ความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียน ต่อการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน ซึ่งมีลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตามแนวคิดของ    ลิเคิร์ท (Likert) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่

  1. สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard  Deviation)
  2. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์เครื่องมือ ได้แก่ หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามโดยการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาโดยใช้วิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) และหาค่า ความเที่ยงตรง (Validity) ของแบบสอบถาม
  3. สถิติที่ใช้ทดสอบสมมุติฐานการศึกษาโดยการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย 2 กลุ่ม คำนวณค่า t-test (Independent)

สรุปผล

  1. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียน เป็นรายด้านและโดยรวม ทั้ง 4 ด้าน พบว่า ผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียน โดยรวม มีความพึงพอใจต่อการนิเทศเพื่อพัฒนาการนิเทศภายใน โดยรวมอยู่ในระดับมาก
  2. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบมีความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียนต่อการนิเทศเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ รายด้านและโดยรวม ทั้ง 4 ด้าน จำแนกตามสถานภาพ โดยใช้ค่าสถิติที (t – test) พบว่า ผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองนักเรียนต่อการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนเอกชน (กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบ) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 โดยผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความพึงพอใจต่อการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการนิเทศภายใน มากกว่า ผู้ปกครองนักเรียน

 

 

 

ไฟล์เอกสารที่เกี่ยวข้อง